บทความ

ประวัติฟลอเรนซ์ ไนติงเกล

รูปภาพ
ประวัติ ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล โดย อ.ฐานิกา  บุษมงคล “ Lo! In that house of misery / a lady with a lamp I see” ประวัติฟลอเรนซ์ ไนติงเกล Florence Nightingale ผู้บุกเบิกอาชีพพยาบาล เธอได้รับการขนานนามว่า “สุภาพสตรีแห่งดวงประทีป” (Lady of the Lamp) เนื่องจากภาพลักษณ์ติดตาตรึงใจผู้คนที่เห็นการเยี่ยมตรวจผู้ป่วยในยามค่ำคืนโดยถือตะเกียงไปด้วย เธอมีบทบาทมากในการปฏิรูปการพยาบาล ให้ก้าวสู่การพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่ รวมถึงการปฏิรูปโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังเป็นผู้บุกเบิกการนำสถิติมาใช้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาสังคม Florence Nightingale เกิดที่เมือง Florence ในอิตาลี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2363 (รัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ในห้องพักชั้นสองที่หรูหราของคฤหาสน์โคลัมเบียของครอบครัวที่สนิทกัน ขณะที่บิดามารดาเดินทางไปพักผ่อนระหว่างมีครรภ์แก่ ที่เมืองฟิเรนเซ (ฟลอเรนซ์) ประเทศอิตาลี ด้วยเหตุนี้พ่อแม่จึงตั้งชื่อเธอตามชื่อเมืองที่เธอเกิด เธอมีพี่สาวหนึ่งคน ชื่อ Parthenope (ตั้งตามชื่อเมือง Parthe) บิดาเป็นเศรษฐีชาวอังกฤษ ชื่อ เอ็ดวาร์ด วิลเลียม ไนติงเกล (William Edward Nightingale) มารดาเป...

ใบงานรายวิชา การวิจัยทางการพยาบาล

ใบงานรายวิชา การวิจัยทางการพยาบาล สำหรับ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ปีการศึกษา 2553 ให้นักศึกษาตอบคำถามลงในช่องแสดงความคิดเห็น โดยระบุชื่อและนามสกุลให้ชัดเจน 1. ให้นักศึกษาอธิบายความหมายของสมมติฐานต่อไปนี้ ข้าวโพดที่ปลูกในฤดูที่แตกต่างกันจะให้ผลผลิตที่แตกต่างกัน สมมติฐานทางสถิติ H0 : U1 = U2 H1 : U1 ≠ U2 เมื่อ U1 คือ ผลผลิตในการปลูกข้าวโพดในฤดูฝน และ U2 คือ ผลผลิตในการปลูกข้าวโพดในฤดูหนาว 2. ให้นักศึกษาอธิบายความหมายต่อไปนี้ “คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนจากวิธีการสอนแบบจิ๊กซอว์ สูงกว่าคะแนนของนักศึกษาที่เรียนจากวิธีการสอนแบบบรรยาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05” 3. “ใช้ขมิ้นชันทาสิว มีผลทำให้สิวหายเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01” 4.จงระบุว่าส่วนใดในชื่อเรื่องวิจัยต่อไปนี้เป็น      1)  ตัวแปรตาม และ ตัวแปรต้น (ถ้ามี)         2)  วัตถุประสงค์ หรือวิธีการวิจัยหลัก       3)  บริบท (context) 4.1  ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน...

ทฤษฎี Y(The integration of Individual and Organization Goal)

ทฤษฎี Y(The integration of Individual and Organization Goal) Douglas MC Gregor บทความนี้เขียนโดย อ.ฐานิกา  บุษมงคล ทฤษฎีข้อนี้เกิดจากข้อสมมติฐานที่ว่า 1. คนจะให้ความร่วมมือ สนับสนุน รับผิดชอบ ขยัน 2. คนไม่เกียจคร้านและไว้วางใจได้ 3. คนมีความคิดริเริ่มทำงานถ้าได้รับการจูงใจอย่างถูกต้อง 4. คนมักจะพัฒนาวิธีการทำงาน และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ          ถ้าผู้บริหารมีความเชื่อตามทฤษฎีนี้  จะเชื่อว่าคนนั้นดีมาตั้งแต่เกิด งานก็เป็นสิ่งที่คนอยากทำเหมือนเป็นการเล่นสนุกหรือเกมส์   ไม่จำเป็นต้องควบคุมคนด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวด    แต่จะส่งเสริมให้กล้าที่จะแสดงศักยภาพของตนเองและรู้จักควบคุมตนเองมากขึ้น      ผู้บริหารและบุคลากรในองค์การจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน  ยอมรับความเห็นที่แตกต่างได้   ทำให้เกิดอิสระในการทำงาน  บุคคลากรในองค์การจะมีความกล้าที่จะสร้างสรรค์งานในรูปแบบคิดใหม่ทำใหม่  นอกกรอบ จะมีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้น และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง    ...

ทฤษฎี X (The Traditional View of Direction and Control)

รูปภาพ
ขอบคุณภาพจากhttp://home.swbell.net/barbfaye/Portfolio/newlead.html ทฤษฎี X (The Traditional View of Direction and Control) ทฤษฎี X  ของแมคเกรเกอร์(Douglas MC Gregor Theory X) เขาได้เสนอแนวคิดการบริหารอยู่บนพื้นฐานของข้อสมมติฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ว่ามีความแตกต่างกัน  ทฤษฎี X นี้มีความเชื่อ หรือ ข้อสมมติฐานว่า 1. คนไม่อยากทำงาน และมักจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ 2. คนไม่ทะเยอทะยาน และไม่คิดริเริ่ม ชอบให้การสั่ง  3. คนเห็นแก่ตนเองมากกว่าองค์การ 4. คนมักต่อต้านการเปลี่ยนแปลง 5. คนมักโง่ และหลอกง่าย  การมองคนตามทฤษฎี X  นี้  เป็นการมองคนในแง่ลบจนสุดโต่ง (ฐานิกา  บุษมงคล)   ถ้าผู้บริหารมีแนวความคิดตามทฤษฎีนี้ จะมีบุคลิกภาพเข้มงวด  มั่นใจในตัวเองอย่างสูงสุด  ไม่ชอบถามแต่ชอบพูดเองเออเอง ชอบพูดเสียงดัง ตะโกน วางอำนาจ  บุคลิกภาพแบบเจ้าคนนายคน  ไม่ชอบกล่าวคำว่าขอบคุณ หรือขออภัย อ้างอิงจากhttp://www.businessballs.com/mcgregor.htm การวางระบบงานจะเต็มไปด้วยการควบคุมอย่างเข้มงวด   องค์ก...

การสื่อสารกับผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจในระยะวิกฤต: ฐานิกา บุษมงคล

รูปภาพ
การสื่อสารกับผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจในระยะวิกฤต โดย อ.ฐานิกา  บุษมงคล      เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ดี อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย จึงควรมีการเตรียมการโดยการสอนผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนผ่าตัด และการสื่อสารกับผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจนั้นควรเริ่มตั้งแต่เมื่อผู้ป่วยมาถึงไอซียู โดยเริ่มต้นที่การสื่อสารเพื่อประเมินระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย และจะเริ่มพูดคุยกับผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยแสดงอาการว่ากำลังจะฟื้นจากยาสลบ คือมีกิริยาอาการดังนี้ กระพริบตา พยายามลืมตา ส่ายหน้าไปมา ขยับแขนขา หรือเริ่มดิ้นทั้งโดยลืมตาและไม่ลืมตา ในครั้งแรกควรสื่อสารกับผู้ป่วยทุกรายดังนี้       จับมือผู้ป่วยไว้และบีบเบาๆ และพูดว่า คุณ.(ชื่อผู้ป่วย)....รู้สึกตัวแล้วใช่มั้ยคะ(ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะพยักหน้าเป็นการตอบรับทั้งที่ยังไม่ลืมตา) ตอนนี้ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังพักฟื้นอยู่ในไอซียู ไม่ต้องกลัว หรือกังวลนะคะเพราะมีแพทย์ และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพยาบาลจะเฝ้าดูอาการอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา      จากนั้นผู้ป่วยแต่ละคนจะมีปฏิก...

เทคนิคการสั่งจิตใต้สำนึกเพื่อผ่อนคลายความเครียด

รูปภาพ
เทคนิคการสั่งจิตใต้สำนึกเพื่อผ่อนคลายความเครียด คนเราทุกวันนี้...ล้วนแต่ต้องเผชิญกับความเครียด... เพราะ ถูกกัดกร่อนด้วยสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง.... ความเข้มแข็งของตัวตนก็ถูกริดรอน...เพราะขาดความนับถือและภูมิใจ ในตนเอง...วันนี้จึงอยากนำเสนอ เทคนิคการผ่อนคลายความเครียด โดยการอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวดีแล้ว หามุมสงบๆ(ทุกวันนี้...ดูเหมือนมุมสงบจะหายากเนาะ) หลับตา...หายใจเข้าออกอย่างช้าๆ... แล้วสั่งให้จิตใต้สำนึก(ก็คือสั่งตัวเองในใจนั่นแหละค่ะ) ให้เชื่อว่า...เราเป็นอย่างนั้น...อย่างนี้... ด้วยถ้อยคำดีๆ เชิงบวกเช่น o ฉันสวย ฉันหล่อ ฉันหน้าตาดี ฉันเป็นคนดี ฉันน่ารัก o ฉันใจดี ฉันเจอแต่คนดีๆ o ฉันผ่อนคลาย ฉันสบายใจ สบ๊าย...สบาย o ฉันสามารถพูดคุยกับเจ้านาย หรือคนแปลกหน้าได้เหมือนปกติ o ฉันเป็นคนดี และสามารถให้ความรักกับคนอื่นๆ ได้ o ฉันสามารถเลิกคิดเรื่องไร้สาระ หรือสิ่งไม่ดีต่างๆ ได้ o ฉันเก่ง ฉันเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ o สมาธิและความจำของฉันดีขึ้นทุกวัน o ฉันมีความอดทนต่อเรื่องราวต่างๆ ได้ดี o ฉันเป็นคนกล้าหาญ ยังไงก็ลองเอาไปทำดูนะคะ...เผื่อจะทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น ด้วยคว...

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ

รูปภาพ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจแต่ละครั้งจะประกอบด้วย คลื่นไฟฟ้าอย่างน้อย 3 คลื่น คือ 1. P Wave เป็นผลรวมทางไฟฟ้าของ Atrium Depolarization ทั้งซ้ายและขวา 2. QRS Complex เป็นผลรวมทางไฟฟ้าของ Ventricular Depolarization ทั้งซ้ายและขวา 3. T Wave เป็นผลรวมทางไฟฟ้าจาก Repolarization ของ Ventricle ทั้งสองข้างสำหรับ Repolarization ของ Atrium มักจะมองไม่เห็น เพราะเกิดในช่วง Depolarization ของ Ventricle 4. U Wave เกิดจากการ Repolarization ของ Papillary Muscle ที่อยู่ไกลจากผนังหัวใจห้องล่างมาก จึงอาจพบถัดจาก T Wave ได้